วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2561

ข้อมูลในประเทศอินเดีย

ประเทศอินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งอะนะ ที่มีประชากรอาศัยอยู่เยอะที่สุด  รองจากประเทศจีน เพียงแค่ 2% เท่านั้นเอง คนจะเยอะไปไหนเนี่ย วุ่นวายน่าดู 

ข้มูอิดี

อินเดีย  ดินแดนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 5,000 ปี เป็นถิ่นกำเนิดศาสดาและศาสนาสำคัญของโลก รวมถึงศิลปวัฒนธรรมประเพณี ที่เป็นเอกลักษณ์อีกทั้งยังเป็นต้นแบบด้านวัฒนธรรมไปยังภูมิภาครอบข้าง ซึ่งประเทศไทยเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า วัฒนธรรม ประเพณี และศาสนาซึ่งมีอิทธิพลต่อแนวทางการดำเนินชีวิตของเรานั้นล้วนแล้วมีต้นรากมาจาก “ ประเทศอินเดีย ” แทบทั้งสิ้น ดังนั้นเรามารู้จักประเทศนี้กันสักหน่อยดีกว่า





ชื่อประเทศอย่างเป็นทางการ : สาธารณรัฐอินเดีย ( Republic of India )

ชื่อประเทศอินเดีย ในสมัยพุทธกาล เรียกกันว่า “ ชมพูทวีป ” ซึ่งแปลว่า “ ทวีปแห่งไม้หว้า ” เพราะมีต้นหว้าขึ้นมากในดินแดนแห่งนี้ ส่วนคำว่า “ อินเดีย ” เป็นคำในภาษาเปอร์เซีย ซึ่งเรียกแม่น้ำสินธุ ว่า “ ฮินดู ” เนื่องจาก   ชาวเปอร์เซียรู้จักอินเดีย โดยเข้ามาทางลุ่มน้ำนี้เมื่อ 3,000 กว่าปีมาแล้ว  ต่อมาเมื่อชาวกรีกเริ่มเข้ามา ได้ออกเสียงคำว่า ฮินดูเพี้ยนไปเป็น “ อินโดส ” และเพี้ยนออกไปเป็น “อินดุส” และ “อินเดีย” ตามลำดับ แต่สำหรับชาวอินเดียแล้ว นิยมเรียกประเทศตนเองว่า “ภารตะ” หรือ “ภารตวรรษ” ซึ่งแปลว่า “ ประเทศภารตะ ” และเรียกตนเองว่าเป็น “ ชาวภารตะ” ทั้งนี้สืบเนื่องจากความเชื่อที่ว่า ชาวอินเดียสืบเชื้อสายมาจากท้าวภรต (อ่านว่า พะ-รต)  ซึ่งเป็นต้นวงศ์ของเรื่องราวในมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวอินเดีย คือ  “มหาภารตยุทธ์” ซึ่งมีชื่อเสียงคู่กันกับ “มหากาพย์รามายณะ” หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “รามเกียรติ์”
ประเทศอินเดียในครั้งที่เรียกว่า ชมพูทวีปนั้น มีพื้นที่กว้างขวางมากกว่าประเทศอินเดียในปัจจุบันนี้มาก โดยกินอาณาบริเวณเมื่อเทียบกับปัจจุบัน เท่ากับ 7 ประเทศรวมกัน คือ  
1. อินเดีย  
2. ปากีสถาน   
3. บังกลาเทศ    
4. เนปาล  
5. ภูฎาน       
6.  สิกขิม (รัฐในอารักขาของอินเดีย)  
7. บางส่วนของอาฟกานิสถาน ซึ่งหากรวมทั้ง 7 ประเทศนี้แล้ว จะมีจำนวนประชากรพอ ๆ  กับประเทศจีนทีเดียว

อิดีปัจุบั

ประเทศอินเดียมีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 3,287,590 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าประเทศไทย 6 เท่า หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอินเดียปัจจุบันประกอบด้วย 28 รัฐ 7 เขตปกครองพิเศษ เมืองหลวงของประเทศคือเมืองเดลี อยู่ในรัฐหรยาณา  และในแต่ละรัฐจะมีเมืองหลวงของรัฐนั้น ๆ ด้วย

รัฐ
1. อานธรประเทศ 2. อรุณาจัลประเทศ 3. อัสสัม 4. พิหาร 5. ฉัตติสครห์ 6. กัว 7. คุชราต 8. หรยาณา 9. หิมาจัลประเทศ 10. ชัมมูและกัศมีร์ 11. ฌาร์ขัณฑ์ 12. กรณาฏกะ 13. เกรละ 14. มัธยประเทศ 15. มหาราษฏระ 16. มณีปุระ 17. เมฆาลัย 18. มิโซรัม 19. นาคาแลนด์ 20. โอริสสา 21. ปัญจาบ 22. ราชสถาน 23. สิกขิม 24. ทมิฬนาฑู 25. ตริปุระ 26. อุตตรประเทศ 27. อุตตราขัณฑ์ 28. เบงกอลตะวันตก

 ดิ

A. หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์  B.จัณฑีครห์  C. ดาดราและนครหเวลี  D. ดามันและดีอู  E. ลักษณทวีป  F.เดลี G. พอนดิเชอร์รี

ภูมิ

อินเดียเป็นประเทศที่มีสภาพภูมิศาสตร์ทุกรูปแบบ คือ ที่ราบสูงอยู่ตอนเหนือ ซึ่งมีภูเขาหิมาลัยเป็นแนวเขตแดนธรรมชาติ และเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ โดยเฉพาะแม่น้ำสำคัญ 5 สาย ที่เรียกว่า “ปัญจมหานที” ได้แก่ คงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู และมหี  ตอนกลางเป็นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา ซึ่งเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในโลก ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือแถบแคว้นราชสถานเป็นส่วนของทะเลทรายทาร์ ส่วนทางตอนใต้มีทั้งที่ราบสูงอันแสนจะแห้งแล้ง และติดกับฝั่งทะเลซึ่งเป็นเขตมรสุม

          เนื่องจากมีความหลากหลายในเชิงภูมิศาสตร์ เป็นเหตุให้อินเดียมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันอย่างมาก จากหนาวที่สุดที่มีหิมะปกคลุมทั้งปี ไปจนถึงร้อนที่สุดจนคนตาย  จากแห้งแล้งที่สุดไปจนถึงเขตที่มีฝนตกชุกที่สุดของโลก  ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า อินเดียจะเป็นสวรรค์ของบรรดานักวิชาการด้านต้นไม้ พันธุ์พืชและสัตว์ต่าง ๆ อย่างยากที่ประเทศใดจะเทียบได้

*****

ประชากร

อินเดียมีประชากรมากเป็นอันดับสองของโลก รองจากประเทศจีน คือ ประมาณ หนึ่งพันหนึ่งร้อยล้านคน ส่วนใหญ่ร้อยละ 72 เป็นชนเผ่า  อินโด-อารยัน   ชนพื้นเมืองเดิมคือเผ่าดราวิเดียน หรือทมิฬ มีประมาณร้อยละ 25  นอกนั้นเป็นเผ่ามองโกล ทิเบตและเตอร์ก

*****

ภาษา

อินเดียมีภาษาถิ่นมากกว่า 200 ภาษา แต่รัฐธรรมนูญรับรองเพียง 14 ภาษา และภาษาทางราชการคือภาษาฮินดี ซึ่งมีประชากรพูดมากที่สุดคือ ร้อยละ 40  ซึ่งภาษาฮินดีนี้คือการเปลี่ยนแปลงรูปมาจากภาษาสันสกฤตและภาษาบาลีนั่นเอง

การเมืองการปกครอง

อินเดียเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และกระจายอำนาจการปกครองในลักษณะสหพันธรัฐ (Federal System) แบ่งออกเป็นรัฐต่างๆ 28 รัฐ โดยล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2544 โลกสภาได้เห็นชอบร่างรัฐบัญญัติในการจัดตั้งรัฐใหม่ 3 รัฐ คือ รัฐฉัตตีสครห์ (Chattisgarh) รัฐอุตตะรันจัล (Uttaranchal) และรัฐฉรขันท์ (Jharkhand) ซึ่งแยกออกจากรัฐมัธยประเทศ  อุตตระประเทศ และรัฐพิหาร ตามลำดับ และสหภาพอาณาเขตของรัฐบาลกลาง (Union Territories) อีก 7 เขต

รัฐธรรมนูญอินเดียแบ่งแยกอำนาจระหว่างรัฐบาลกลาง (Government of India) และรัฐบาลมลรัฐ (State Government) อย่างชัดเจน โดยรัฐบาลกลางดำเนินการเรื่องการป้องกันประเทศด้านนโยบายต่างประเทศ การรถไฟ การบิน และการคมนาคมอื่นๆ ด้านการเงิน ด้านกฎหมายอาญา ฯลฯ ส่วนรัฐบาลมลรัฐมีอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษากฎหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของมลรัฐ

เศรษฐกิจ

อินเดียเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ ประชากรกว่าร้อยละ 60 ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปัญหาความยากจนและการว่างงานเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากการปิดประเทศและดำเนินนโยบายปกป้องอุตสาหกรรมภายในมานาน อย่างไรก็ดี อินเดียเริ่มเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ เมื่อปี 2534 เนื่องจากต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง จุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งส่งผลให้มีการลงทุนจากต่างชาติในกิจการด้านไฟฟ้า พลังงาน และอุตสาหกรรมต่างๆ นอกจากนี้ ได้เปิดเสรีด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารในปี 2543 ทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของอินเดียดีขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันอินเดียเป็นตลาดใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่ง จากนานาชาติ

ในปี 2547 เศรษฐกิจอินเดียเติบโตเป็นอันดับที่ 12 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ในเอเชียรองจากญี่ปุ่นและจีน โดยมี GDP 505.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจอินเดียไตรมาสสุดท้ายของ ปี 2546 เติบโตถึงร้อยละ 10 เนื่องจากเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตรได้เต็มที่ การส่งออกเติบโตถึงร้อยละ 10 รายได้จากการลงทุนโดยตรงของต่างชาติมีจำนวน 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ยต่ำลง อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับร้อยละ 4.91 ตลาดเงินทุนแข็งแกร่ง เงินทุนสำรองต่างประเทศสูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

วัฒนธรรม

อินเดียเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมอารยธรรมที่เก่าแก่ พุทธศาสนามีอิทธิพลต่ออินเดียทั้งที่เป็นวัฒนธรรมทางวัตถุและทางจิตใจ ได้มีสถาปัตยกรรม และปติมากรรมทางพุทธศาสนาเกิดขึ้นมากมาย ล้วนมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เช่นสังเวชนียสถานอันเป็นสถานที่สำคัญที่ชาวพุทธทั่วโลกไปกราบนมัสการ ส่วนวัฒนธรรมทางจิตใจนั้นมีอิทธิพลต่อชาวอินเดียอยู่ไม่น้อย เช่นความเชื่อเรื่องอหิงสา เป็นต้น

วัฒนธรรมอินเดียแม้จะมีการเลือกปฏิบัติ แต่ให้เกียรติผู้หญิง คนอินเดียจะไม่แตะต้องร่างกายผู้หญิงในที่สาธารณะ มารยาทในการทักทายกัน ทั้งหญิงและชายจะพนมมือไหว้เหมือนคนไทย แต่ไม่ก้มศีรษะ ไม่มีการจับมือกันแบบเช็คแฮนด์เช่นชาวยุโรป ในชนบท ผู้ชายมักจ้องมองผู้หญิงโดยเฉพาะหญิงต่างชาติอย่างจริงจัง ไม่ต้องตกใจกลัว พวกเขามองเพราะสนใจและสงสัย ไม่ได้มีเจตนาจะมาทำร้ายแต่ประการใด

ศาสนา

อินเดียเป็นดินแดนแห่งศาสนาโดยแท้ ตั้งแต่โบราณกาลมาจนกระทั่งปัจจุบัน เพราะอินเดียมีภูมิประเทศ ที่อยู่ และเผ่าชนเป็นปรัชญาเมธีต่างๆ ในการค้นคิดในเรื่องของชีวิตและทางด้านคำสั่งสอน จนเกิดลัทธิศาสนาต่างๆ มากมายที่สุดในโลก จะเรียกอินเดียเป็นโลกแห่งศาสนาก็ว่าได้ ศาสนาที่สำคัญมีอยู่ในโลกปัจจุบันเกิดในอินเดีย ถึง ๔ ศาสนา คือ พราหมณ์ หรือ ฮินดู พุทธ เชน หรือ นิครนถ์ และ ซิกข์

*****





video



วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561

สุสานหุมายุน (Humayun's Tomb)

(Humayun's Tomb)

สุหุยุ


สุสานหลวงแห่งนี้ เป็นที่ฝังพระศพจักรพรรดิหุมายุนศิลปะของสุสานแห่งนี้แม้ว่าจะเป็น “ศิลปะอิสลาม” แต่ก็เป็นแบบ Persian Style ส่งตรงจากประเทศอิหร่าน เชียวนะยังไงก็ลองเข้ามาอ่านกันดู รับรองว่ามีสาระมากอ้ะนะ 
สุสานแบบสวนของจักรพรรดิในศตวรรษที่ 16 แห่งนี้สร้างขึ้นเก้าปีหลังจากพระจักรพรรดิสิ้นพระชนม์ และนับเป็นตัวอย่างแรกๆ ของสถาปัตยกรรมแบบโมกุลที่ใช้หินทรายสีแดงและหินอ่อน

สุสานหุมายุนในนิวเดลีเป็นตัวอย่างแรกที่เด่นชัดของสถาปัตยกรรมแบบโมกุลในอินเดีย การก่อสร้างสถานที่แห่งนี้เริ่มต้นขึ้นเก้าปีหลังจากพระจักรพรรดิทรงสิ้นพระชนม์ในช่วงทศวรรษของปี 1500 และดำเนินงานโดยพระมเหสีหม้ายของพระองค์คือ Hamida Banu Begam ปัจจุบัน สุสานแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกที่ได้รับการปกป้องโดยสากล

เมื่อคุณก้าวผ่านกำแพงโดยรอบเข้าไป คุณจะได้เห็นส่วนหนึ่งของสวนทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วน เดินตระเวนไปตามทางเดินปูพื้นกว้างขวาง ซึ่งแบ่งส่วนสนามหญ้าในสวนที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ทางเดินมีช่องทางน้ำแคบๆ ที่ทอดผ่านตรงกลางทางเดิน ช่องทางน้ำเหล่านี้สื่อความหมายถึงแม่น้ำสี่สายที่กล่าวกันว่าไหลอยู่ใน Jannat (แนวคิดเรื่องสวรรค์ของอิสลาม)

โครงสร้างแบบสองชั้นขนาดใหญ่ได้รับการสร้างขึ้นจากหินทรายสีแดงและมีโดมคู่ที่ด้านบนสุด เดินทอดน่องไปรอบสุสานเพื่อดูขอบและแผงหินอ่อนที่ใช้ในการตกแต่งภายนอกของสุสาน

มีหลุมฝังศพของผู้ปกครองชาวโมกุลอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่งภายในบริเวณที่ล้อมด้วยผนัง รวมถึง Barber’s Tomb ที่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ หลุมฝังศพแห่งนี้ ว่ากันว่าเป็นของช่างตัดผมประจำราชวงศ์ ตั้งอยู่บนพื้นยกสูงและครอบด้วยโดมคู่เช่นกัน
บรรดามัคคุเทศก์ที่พูดภาษาอังกฤษต่างก็นำกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่มาชมรอบสถานที่นี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้จะมีประโยชน์โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการจะทราบเกี่ยวกับหลุมฝังศพอื่น ๆ ในสวนที่ไม่มีป้ายแสดงข้อมูล

ชาวต่างชาติจะต้องจ่ายค่าเข้าชมสุสานมากกว่าคนท้องถิ่น แต่ค่าเข้าชมก็ยังคงมีราคาย่อมเยามาก

สุสานหุมายุนอยู่ห่างจากศูนย์กลางของนิวเดลีเป็นเวลา 15 นาทีเมื่อเดินทางรถยนต์ และสามารถเดินทางมาได้อย่างง่ายดายโดยใช้ระบบขนส่งมวลชน รถประจำทางวิ่งจากศูนย์กลางของเมืองไปยัง Dargah Hazrat Nizamuddin ซึ่งเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ใช้เวลาเดิน 10 นาทีจาก Dargah Hazrat Nizamuddin ก็จะถึงสุสาน


















video



ที่มา https://www.expedia.co.th/Humayuns-Tomb-Delhi.d500879.Place-To-Visit
ที่มา https://f.ptcdn.info/466/058/000/pbecq5i6eifGh9igl8O-o.jpg
ที่มา https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhbHS-j34D8E5lk_xzhJUU9VEocp3Nya8I_vGPrkHn1UabqNkQUoZF2ofaLBFD_bdb3kWXbddbt7klv5qT8cKx8IPjbPyk1E18RV1W-g7MwDTVNpZrnteruYP_AR4nM-6fKv-Nb1Ru13O8/s1600/%25E0%25B8%2589%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B5_170417_0021.jpg
ที่มา https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjQyOXutktU_yiXaeZlBgtlB06jbkNxlEnSGw-bpB6kUNp238GoGQoAzZrmDpJtimb2FcYTTtMaGuPov5IQJORwlieApJcjoL6dafagXE5BWoUlAVLSxoSF-eR9lYUfIQ4zkzkgfUImkHU/s1600/%25E0%25B8%2589%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B5_170417_0012.jpg
ที่มา https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjeqbnGjmC5kXVeelUL7qpqPs-agXrJYZ4_XXHNSNFnptC_dOY1OEkDES_gZF3-G6uDR5MJZViThPuz0I2gh338E51zpvMcfgCaUAwud179up-XpkoR30wpWquqDCpiDxZUvx4NBhk3t9Y/s1600/%25E0%25B8%2589%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B5_170417_0017.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/555dnorW0GRCyaxLUDTqEJ1Aa7Q=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/Humayuns-Tomb-89563.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/7Cp5eScIOtleHabUE_7Yzm4o3as=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/Humayuns-Tomb-89564.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/JvB5kJBvKTjCNjtItM7uVvVq-VI=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/Humayuns-Tomb-89562.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/gqihdwx97TIUCFelzKAimA_9V98=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/Humayuns-Tomb-68197.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/UGwTqlavuCXo6BrfRL4Esvyosak=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/Humayuns-Tomb-68199.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/2lC7Gy0bXDbZ9Awz0iziY-udHNA=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/Humayuns-Tomb-68203.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/c9SU2JUdvnl6ktjmFsJ_ieiOJB4=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/Humayuns-Tomb-68204.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/a9JQxQ92ko7ncj3B-GpGSrileTs=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/Humayuns-Tomb-68196.jpg
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/fHidQAWDOqrki8mnxDf5rxStpmk=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/New-Delhi-67995.jpg

วัดดอกบัว (Lotus Temple or Bahai Temple)


(Lotus Temple or Bahai Temple) 
วับั

พี่อินเดียเขาไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ อินเดียไม่ได้หน้ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด ที่เที่ยวก็เยอะ แถมผู้หญิงอินเดียยังสวยและมีเสน่ห์ ประเทศเขาเป็นประเทศที่ดี ถึงจะมีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของพวกเขาก็แตกต่างจากคนไทยเป็นอย่างมาก เช่น คนไทยบางคนมักกลัวชาวต่างชาติ แต่คนอินเดียชอบชาวต่างชาติ บางที่ก็วิ่งใส่เลยแหละ
การเดินทางไปยังวัดรูปดอกบัวอันน่าทึ่งเพื่อชมสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เพลิดเพลินกับงานศิลปะการแสดง และสำรวจสวนพรรณไม้สวยๆ
วัด Lotus Temple หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า Bahá’í House of Worship (สถานที่สักการะของศาสนาบาไฮ) โดดเด่นด้วยรูปทรงดอกบัวที่ชนะรางวัลสถาปัตยกรรมและการออกแบบมาหลายรางวัลแล้ว นี่เป็นหนึ่งในวัดบาไฮเจ็ดแห่งของโลก วัดแห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมตั้งแต่ปี 1986 แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเข้าชมถึง 10,000 คน
ตื่นตาไปกับสถาปัตยกรรมภายนอกสุดอลังการ ด้วยแท่นหินอ่อน 27 แท่นที่ตั้งซ้อนกันอย่างอิสระเพื่อทำเป็นรูปกลีบดอกบัว สถาปนิก Fariborz Sahba ได้เลือกใช้รูปดอกบัวเนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความบริสุทธ์และอ่อนโยน ผลงานชิ้นนี้ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางให้เป็นสุดยอดผลงานแห่งศตวรรษที่ 20 และในปี 2000 วัดแห่งนี้ก็ได้รับรางวัล GlobArt Academy ในฐานะที่สนับสนุนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนหลายเชื้อชาติ ศาสนา และสถานะทางสังคม
เข้าสู่ห้องสวดมนต์ผ่านกลีบดอกบัวหนึ่งในเก้ากลีบวงนอก และอย่าลืมถอดรองเท้าก่อนเข้าไปในห้องด้วย คุณจะได้ยินเสียงสวดมนต์จากหลายศาสนา รวมถึงพุทธและฮินดู สังเกตได้ว่าที่นี่จะไม่มีภาพวาด รูปถ่าย หรือรูปปั้นอยู่เลยตามหลักของศาสนาบาไฮ
หลังจากเข้าชมห้องสวดมนต์แล้ว ให้ไปที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อชมภาพยนตร์สั้นๆ เกี่ยวกับหลักของศาสนาบาไฮและความเป็นมาของสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างวัด โปรดดูรายละเอียดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของวัดสำหรับงานด้านวัฒนธรรมต่างๆ เช่น One Ocean ซึ่งเป็นการแสดงหลายชุดที่สื่อถึงวัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งมีการแสดงดนตรีและการเต้นสมัยใหม่ด้วย
เดินชมสวนที่ตัดแต่งอย่างสวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูป ชมสระน้ำทั้งเก้าที่เรียงเป็นวงกลมรอบวัด สื่อถึงใบบัวและใช้เป็นระบบระบายความร้อนตามธรรมชาติให้กับวัด
การเดินทางไป Lotus Temple ใช้เวลาขับรถ 25 นาทีไปทางทิศใต้ของตัวเมืองนิวเดลี และยังสามารถใช้บริการรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีสถานีใกล้กับทางเข้าวัดเพียงเดินไม่กี่ก้าวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีป้ายจอดรถโดยสารและสถานีรถไฟอยู่ใกล้ๆ ด้วย วัดนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ และเข้าชมฟรี ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในห้องสวดมนต์ คุณควรเผื่อเวลาสักหนึ่งชั่วโมงสำหรับการเที่ยวชม Lotus Temple ให้ครบทุกส่วน











video


ที่มา https://www.expedia.co.th/Lotus-Temple-Delhi.d6074778.Place-To-Visit
ที่มา https://thumbnails.trvl-media.com/buKTu2bK_VKEM9Gy78VlUNPn5lE=/768x432/images.trvl-media.com/media/content/shared/images/travelguides/destination/180000/New-Delhi-67993.jpg
ที่มา http://www.kramery.com/forum/picture_vote.asp?id=73862
ที่มา http://www.kramery.com/forum/picture_vote.asp?id=73864
ที่มา https://pbs.twimg.com/media/DYKW7HTUQAAAyZb.jpg
ที่มา https://pbs.twimg.com/media/DYKW5_0UMAElfgY.jpg
ที่มา http://newdelhi.thaiembassy.org/wp-content/uploads/2015/04/LotusDelhi.jpg
ที่มา https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgoeqOs2qFOT9XEexfH_6ALSWQyWy4z2-u9Zurp5citi2L-SxXq1OfIUuuty46rBN8MvaPBu9zYzdUt_QI_HW-pyPBA_VzY1hTNXD0Aopc2JU09u6Xh7itmbVJpxaDhfACmIRsf-Ul3K8M/s1600/lotus-temple-Wallpaper-HD.jpg
ที่มา https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEh6tbN21GKQBUcdNDD4ajQ3z_e-7aEUrjskTaSzhj5flcryuhjp6yey9emSHWImWZBfbM89UVwAgrnEvzXhqrvz9a7ggnX08J9awrHcFk8ZU7u6PumPjUb_1HkqoiPX5KCmDKPWgLL7Sts/s1600/lotus-temple-Wallpaper.jpg
ที่มา http://lighttalk.via-verlag.com/wp-content/uploads/2011/07/132-bahai-lotus-temple-new-delhi.jpg

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

โดบิกาต อินเดีย


(Dhobi Ghat)

บิ

เป็นสถานที่ซักผ้า (Washing Place) ที่มีชื่อเสียงของเมืองมุมไบ ในฐานะลานซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะที่นี่ต้องใช้ลูกจ้างในการซักผ้ามากถึงห้าพันคน

โดบิกาตมีลักษณะเป็นลานที่ทำเป็นช่องๆ วางแปลนอย่างเป็นระเบียบ คนงานซักผ้าต่างก็ขมีขมันซักผ้าในช่องของตนโดยการทุบๆ สิ่งสกปรกออกจากผ้า ซึ่งผ้าที่นำมาซักจะถูกส่งมาจากโรงแรมต่างๆ ทั่วเมืองมุมไบ

แม้ว่าโดบิกาตจะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย และเสียงอึกทึก แต่ก็เป็นสถานที่มีเสน่ห์ เป็นสีสัน และเป็นเอกลักษณ์ของมุมไบที่หาดูไม่ได้ในที่อื่นๆ โดยเฉพาะการสะท้อนภาพวิถีชีวิตในเมืองที่แออัดหนาแน่นอย่างมุมไบ เราจะพบเห็น โดบิกาต กลายเป็นฉากประกอบในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Slum Dog Millionaire, Hisss รวมทั้งหนังที่ชื่อ Dhobi Ghat อีกด้วย

ถ้าได้มาถึงมุมไบทั้งที มีโอกาสก็ขอเชิญมาเที่ยวชมลานซักผ้าขนาดใหญ่นี้ได้ เพราะที่บ้านเราไม่มีให้เห็นแน่นอน แม้กระทั่งโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ยังต้องมาใช้บริการซักผ้าของที่นี่ น่าแปลกที่เครื่องซักผ้าไม่ค่อยฮิตเท่าไหร่ ขณะที่เมืองไทยตอนนี้มีกันแทบจะทุกหลังคาเรือนก็ว่าได้


...........

 คำแนะนำ     #ก่อนซัก ก็ต้องแช่ผ้าให้เรียบร้อยก่อนน้าาเผื่อใคร ไม่รู้


#นี่เรียกว่าการฟาดผ้า หรือการซัก ในแบบฉบับของคนอินเดียนั่นเองจ้าา  ผ้ากูจะเหลือไหมเนี่ย


#ฟาดต่อไป


#ฟาดอีกจ้าาา







#ซักเสร็จก็ตาก ตากแบบสไตล์อาบัง














#เมื่อมีคนซัก และตาก ก็ต้องมีคนส่งอ้ะนะ 555









video




ที่มา http://sawadeeindia.blogspot.com/2014/04/dhobi-ghat.html
ที่มา http://www.india.com/news-travel/why-mumbais-dhobi-ghat-is-so-badass-3239670/
ที่มา http://www.ch3thailand.com/news/scoop/11879
ที่มา https://www.mapsofindia.com/my-india/travel/this-is-mumbai-dhobi-ghat/attachment/dhobis-washing-clothes-in-tandem-in-open-pens
ที่มา https://stock-clip.com/video-footage/washing+clothes
ที่มา https://f.ptcdn.info/435/027/000/1421222456-21JPG-o.jpg
ที่มา https://f.ptcdn.info/436/027/000/1421223117-242JPG-o.jpg
ที่มา https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjayZtNT6Moi9otGR6_hBSpSW4xjzIrjAdfkSiAVizINI5bmakkzg5rmI_iYzJGjbxHFkvxJTSNLgzKVla6tBnELyu1Ah1O0Qfg_kqH6FwcENUVInjfHljd5qqVUZiwd4ZWwzw5fdEkEk8/s1600/Great-places-of-the-world-India-Mumbai-Dhobi-Ghat-Overview.jpg
ที่มา https://aleparentephotography.files.wordpress.com/2013/09/img_6411.jpg
ที่มา https://aleparentephotography.files.wordpress.com/2013/09/img_6509.jpg


แปงกอง ทะเลสาบแห่งฝันและศรัทธา

แ ป ง ก อ ง ...ทะเลสาบแห่งฝันและศรัทธา เป็นสถานที่ ที่มีทัศนียภาพของสองฤดูที่มีความสวยงามที่แตกต่างกันไป อยากรู้ว่าสวยงามขนาดไหน ทำ...